ยุคเทคโนโลยีกับธุรกิจแบบ Co-Working Space

Co-Working Space

สำหรับนักลงทุนแล้วแน่นอนว่าการซื้อเพื่อเช่าหรือซื้อเพื่อขายเก็งกำไรในเรื่องของคอนโดนั้น ตอนนี้รู้สึกว่าจะไม่ใช่เรื่องใหม่แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ตกยุคไปแต่อย่างใด เพียงแต่ว่าช่วงนี้ธุรกิจหนึ่งในยุคสมัยนี้ที่มาแรงแซงทางโค้งนั่นเอง ธุรกิจที่ว่านี้ก็คือการทำ co-working space เป็นการปรับพื้นที่ภายในอาคารคอนโด ที่ตัวเองเป็นเจ้าของให้เป็นพื้นที่สำหรับการติดต่อทางธุรกิจ ซึ่งแน่นอนว่าได้รับความนิยมมากๆในยุคสมัยนี้เลยทีเดียวค่ะ ดังนั้นแล้วอสังหาริมทรัพย์กับ Co-working Space ซึ่งเป็นอะไรที่หนีกันไม่พ้นและมาคู่กันเมื่อไหร่เป็นต้องได้ใช้สอยพื้นที่ดีๆและสามารถทำเงินได้จากกลุ่มนักลงทุนรายย่อยและรายใหญ่เหล่านี้แน่นอน

            ทำไมคนยุคใหม่ถึงเลือกใช้พื้นที่ co-working Space ในการติดต่อแลกเปลี่ยนธุรกิจในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง SME หรือกระทั่งวัยรุ่นยุคใหม่ที่หันมาสนใจในการทำธุรกิจการเลือกใช้พื้นที่เหล่านี้ในการทำธุรกิจเรามาดูเหตุผลที่สามารถตอบโจทย์และอาจจะทำให้คุณอยากเปลี่ยนพื้นที่ในอาคารของคุณให้เป็น co-working Space  เลยล่ะ

  1. Creativity  การแลกเปลี่ยนธุรกิจหรือการติดต่อเจรจาธุรกิจโดยใช้พื้นที่เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแน่นอนค่ะว่าพื้นที่เงียบๆสงบสงบดีไซน์ทันสมัยพร้อมกับหลายพื้นที่ก็ให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้จะช่วยให้นักธุรกิจสามารถสร้างไอเดียใหม่ๆจากการทำงานและสามารถทำงานได้อย่างมีอิสระใช้ไอเดียความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ไร้แรงกดดันบรรยากาศสบายๆไม่ตึงเครียดหลายพื้นที่เลือกที่จะเปิดเพลงคลอเบาๆในขณะทำงาน นอกจากนี้ยังสามารถทำงานไปพักผ่อนไปนี่ไปก็ได้ด้วยค่ะเรียกว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากๆสำหรับการทำธุรกิจในยุคนี้
  2. Low Price High Quality  พูดถึงเรื่องราคาถูกแต่คุณภาพสูงแน่นอนว่าค่าเช่าสำหรับ co- working Space ย่อมถูกกว่าการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานหรือเช่าพื้นที่อาคารต่างๆเพื่อทำสำนักงานมากหลายเท่าตัวเลยทีเดียวค่ะซึ่งผู้ที่มาใช้ Co- working Space ส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลทั่วไปเป็น SME ที่พร้อมจะจ่ายค่าเช่าแบบรายชั่วโมงหรือรายวันหรือรายเดือนยังมีให้บริการด้วยโดยที่อัตราค่าเช่าพื้นที่ทำงานจะเริ่มต้นที่หลักร้อยบาทต่อวันต่อคนหรือคิดเป็นรายชั่วโมงไม่ถึงร้อยบาทด้วยซ้ำไปแล้วค่ะเรียกว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่คุ้มที่จะลงทุนมากๆเลยทีเดียวค่ะ ค่าเช่าถูกแบบนี้ถามว่าเจ้าของ พื้นที่ได้อะไรแน่นอนค่ะว่าเจ้าของพื้นที่ย่อมปรับพื้นที่ให้เข้ากับรูปแบบของการติดต่อทางธุรกิจนั่นก็คือการเปิดให้บริการร้านอาหารมาในสไตล์โมเดิร์นหรือสไตล์ต่างๆบริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มร่วมไปถึงขนมขบเคี้ยวต่างๆอีกด้วย
  3.  flexible hours  การทำงานในยุคปัจจุบันต้องการความยืดหยุ่นเป็นอย่างสูงค่ะซึ่งรูปแบบของ coworking Space ถูกออกแบบมาให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานในยุคปัจจุบันได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นเวลาเปิดปิดของพื้นที่ซึ่งจะเปิดในช่วงตั้งแต่เช้าไปจนถึงดึกดื่นเลยทีเดียวบางที่เปิดให้บริการถึง 24 ชั่วโมงค่ะดังนั้นการกำหนดเวลาในการใช้บริการผู้เข้าใช้บริการสามารถกำหนดและเลือกเช่าพื้นที่ได้โดยเสรีเลยล่ะ

Related Post

เครื่องวัดflow meter

ทำความรู้จักกับเครื่องวัดการไหลทำความรู้จักกับเครื่องวัดการไหล

ในระบบการผลิตนั้นมีขั้นตอนการผลิตที่หลากหลายซับซ้อน ซึ่งแต่ละขั้นตอนจะมีวิธีการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานแตกต่างกันไป หนึ่งในการวัดค่าเพื่อควบคุมระบบการผลิต คือ การวัดค่าการไหล ทั้งการไหลของอากาศ หรือ ของเหลว ซึ่งต้องใช้สิ่งที่เรียกว่า เครื่องวัดflow meter เครื่องวัด flow meter คืออะไร           เครื่องวัด flow meter คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับตรวจวัดอัตราการไหลของ ของทุกชนิดที่สามารถไหลหรือเคลื่อนที่ได้ ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือวัดอัตราการไหลของน้ำหรือของเหลวทุกชนิด (Liquid Flow), เครื่องวัดอัตราการไหลของอากาศ (Air Flow) และเครื่องวัดอัตราการไหลของแก๊ส

มอเตอร์ไฟฟ้า

4 เรื่องที่เราต้องรู้ก่อนจะเลือกซื้อมอเตอร์ไฟฟ้า4 เรื่องที่เราต้องรู้ก่อนจะเลือกซื้อมอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้า นั้นเป็นหนึ่ง อุปกรณ์ของโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องมีเกือบจะทุกโรงงานอุตสาหกรรม และ บางบ้านก็มีไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในบทความนี้สำหรับที่ต้องการจะเลือกซื้อมอเตอร์ไฟฟ้านั้นเรามีเรื่องของ 4 เรื่องที่เราต้องรู้ก่อนจะเลือกซื้อมอเตอร์ไฟฟ้า กันดีกว่าครับว่าเราจะต้องมีเรื่องอะไรบ้างที่จะต้องเลือกซื้อกัน  กฎ 3 ข้อ ก่อนที่จะเลือกซื้อมอเตอร์ไฟฟ้า   ก่อนอื่นในการเลือกซื้อมอเตอร์ไฟฟ้านั้นเรามีเรื่องของกฎ 3 ข้อ ที่เราจะต้องรู้ไว้ก่อนเลยนั้นคือ กระแสไฟฟ้า (Voltage) , แรงดันไฟฟ้า (Current),และ ความเร่งหรือความเร็ว (RPM) ซึ่งทั้ง 3 อย่างนั้น จะต้องดูจากมอเตอร์ตัวเก่าของเราก็ได้นะครับ เพื่อที่เราจะได้ซื้อไปแบบไม่ผิดตัว และ จะได้ผิดแบบที่เราอยากได้นะครับ   แบรนด์สินค้าที่น่าเชื่อถือ   อีกหนึ่งความสำคัญนั้นคือ ในเรื่องของแบรนด์สินค้าที่เราจะต้องศึกษาให้ดี ว่าเราจะต้องการซื้อแบรนด์สินค้าชนิดไหน เพื่อที่เราจะได้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ดี และ มีมาตรฐาน

โทรศัพท์ Vivo ราคาไม่เกิน 3,000

แนะนำ 4 รุ่นโทรศัพท์ Vivo ราคาไม่เกิน 3,000 ใช้งานง่าย สเปกเทพคุ้มค่าเกินราคาแนะนำ 4 รุ่นโทรศัพท์ Vivo ราคาไม่เกิน 3,000 ใช้งานง่าย สเปกเทพคุ้มค่าเกินราคา

         ถือเป็นเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่น่าจับตามองในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กับสมาร์ทโฟนรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวอย่าง Vivo ใครเห็นแล้วเป็นต้องอยากสัมผัส และเมื่อลองเข้าไปจิ้ม ๆ กด ๆ ดูฟังก์ชันแล้ว ยิ่งถูกใจอยากจะเป็นเจ้าของเสียให้ได้ ถือเป็นโทรศัพท์ราคาถูกที่ฟังก์ชันการใช้งานคุ้มค่าเกินราคาจริง ๆ และวันนี้เรามีโทรศัพท์ Vivo ราคาไม่เกิน 3,000 บาท มาแนะนำให้ทุกคนได้เก็บไว้เป็นข้อมูลไปเลือกซื้อมือถือราคาประหยัดเหมาะกับการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ให้คุณตามติดอินเทรนด์ทุกกระแสไม่มีเอาท์ ถ้าพร้อมแล้วเราไปดูกันว่า Vivo รุ่นไหนดี รุ่นไหนที่ใช่สำหรับคุณ 1.   Vivo Y11 (2,238 บาท)