Leased Line กับ Fiber optic ต่างกันอย่างไร ?

Leased Line

วันนี้เราได้นำกระทู้ในเว็บไซต์ Pantip.com ที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกัน โดยเป็นกระทู้ของ สมาชิกหมายเลข 1141521 ที่ตั้งกระทู้นหัวข้อว่า “ขอคำอธิบายหน่อยครับ ระหว่าง lease line กับ adsl fiber optic” โดยมีเนื้อหาของกระทู้ดังนี้ 

“อยากทราบถึงความแตกต่างระหว่าง  Lease Line กับ ADSL Fiber Optic พอดีจะดูอินเตอร์เน็ต มาใช้กับโรงเรียนครับ   ดู  ADSL Fiber Optic 100/20 ของ ทีโอที  กับ Lease Line 50/10  มันเปรียบเทียบกัน กันด้านความเร็วและความเสถียรอย่างไหร่ครับ  ราคา ADSL Fiber ถูกกว่า นิดหน่อย  แต่อยากรู้ว่าประสิทธิภาพ  ระหว่าง ความแตกต่าง ทั้งสองอย่างนี้  ควรจะเลือกใช้ตัวไหนดีครับ  ขอคำแนะนำด้วยครับว่า อยากไหนดีกว่าอย่างไร”

และ ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ซึ่งเราขอหยิบมาเฉพาะความคิดเห็นที่มีประโยชน์ และ เป็นความรู้ให้กับหลาย ๆ ท่านได้ โดยความคิดเห็นแรกเป็นของ คุณ LordOfHero ที่แสดงความคิดเห็นไว้ว่า 

“Lease Line มันจะ Fixed IP มาให้ครับ แล้วจะเป็นการต่อตรงกับเครือข่ายเลย
เพราะกับพวกทำระบบอะไรเอง เพราะมันเชื่อมเข้าองค์กรได้สะดวก มีความเสถียร ส่วน ADSL Fiber ฯลฯ พวกนี้ก็ใช้งานตามบ้านปกติทั่วไปครับ ถามว่าแบบไหนดีกว่ากัน บอกเลยว่าตอบไม่ได้ครับ ต้องขึ้นอยู่กับว่าจะเอามาทำอะไร แต่ถ้าให้แนะนำส่วนตัว ผมแนะนำว่าติดพวก ADSL หรือ Fiber 2 เส้นครับ(2 ISP)
เอามาทำ Load Balance เวลาเส้นไหนล่มจะได้มีอีกเส้น ราคาถูกกว่ากันเยอะ แถมได้ความเร็วมหาศาล”

และ ความคิดเห็นต่อมาเป็นของ สมาชิกหมายเลข 881456 โดยได้แสดงความคิดเห็นไว้ว่า 

“อินเทอร์เน็ตแบบ Leased Line เป็นวงจรอินเทอร์เน็ตแบบเช่าใช้งานเฉพาะราย ผู้ใช้บริการจะได้ความเร็วสูงจริงตามที่ต้องการ เพราะไม่ต้องแย่งใช้งานกับผู้ใช้บริการรายอื่นจึงเหมาะกับการใช้งานขององค์กร ที่อินเทอร์เน็ตจำเป็นต่อการทำธุรกิจ โดยเฉพาะออฟฟิศที่มีคอมพิวเตอร์มากกว่า 10 เครื่อง

ข้อดีของการใช้อินเทอร์เน็ตแบบ Leased Line คือ

  • มีความเร็วและบริการเสริมที่หลากหลายให้เลือกได้ตามความต้องการของธุรกิจ
  • บริการเฝ้าดูระวังเครือข่ายและให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคตลอด 24 ชั่วโมง
  • บริการให้คำปรึกษาด้านไอทีโซลูชั่นแบบครบวงจร โดยผู้เชี่ยวชาญ
  • บริการแบบ One-Stop Service ครอบคลุมถึง Security, Manage Service, IP Communication, System Integration

ADSL มาจากคำว่า Asymmetric Digital Subscriber Line เป็นเทคโนโลยีของ Modem แบบใหม่ ที่เปลี่ยนโฉมหน้าของสายโทรศัพท์ที่ทำจากลวดทองแดง ให้เป็นเส้นสัญญาณนำส่งข้อมูลความเร็วสูง โดย ADSL สามารถจัดส่งข้อมูลจากผู้ให้บริการด้วยความเร็วมากกว่า 6 Mbps ไปยังผู้รับบริการ หมายความว่า ผู้ใช้บริการสามารถ Download ข้อมูลด้วยความเร็วสูงมากกว่า 6 Mbps ขึ้นไปจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือผู้ให้บริการข้อมูลทั่วไป (ส่วนจะได้ความเร็ว กว่า 6 Mbps หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ รวมทั้งระยะทางการเชื่อมต่ออีกด้วย) ความเร็วขณะนี้ มากเพียงพอสำหรับงานต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

•งาน Access เครือข่าย อินเทอร์เน็ต

• การให้บริการแพร่ภาพ Video เมื่อร้องขอ (Video On Demand)

• ระบบเครือข่าย LAN

• การสื่อสารข้อมูลระหว่างสถานที่ทำงานกับบ้าน (Telecommuting)”

เพียงเท่านี้หลาย ๆ ท่านคงพอจะทราบความแตกต่างระหว่าง Leased Line กับ Fiber Optic แล้วใช่ไหมคะ และ หากคุณสนใจอยากติดตั้งอินเตอร์เน็ตสำหรับองค์กร และ ต้องการใช้งานบริการ ICT อื่น ๆ ก็สามารถติดต่อ CSL ผู้ให้บริการด้าน ICT Solution แบบครบวงจรได้ที่ เบอร์ติดต่อลูกค้าองค์กร: 1370 หรือ อีเมล: service@csl.co.th (เปิดบริการทุกวัน ตลอด 24 ชม. )  

Related Post

Co-Working Space

Co-Working Space กับโลกอินเตอร์เน็ตเกี่ยวข้องกันอย่างไร

เพราะไลฟ์สไตล์ในการดำเนินชีวิตในแง่ของการทำธุรกิจเปลี่ยนไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัยรุ่นอายุระหว่าง 25 ปีขึ้นไปเป็นช่วงวัยที่หันมาให้ความสนใจให้ความสำคัญกับการทำธุรกิจมากขึ้นโดยธุรกิจที่ว่านี้แน่นอนว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกออนไลน์เทคโนโลยีต่างๆและความทันสมัยวัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงานที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยการหันมาทำธุรกิจแน่นอนค่ะว่าคนกลุ่มนี้จะไม่เปิดบริษัท หรือจะไม่ใช้พื้นที่บ้านเล็กๆน้อยๆในการทำธุรกิจแต่เทรนของการทำธุรกิจได้เปลี่ยนรูปแบบไปให้มีความทันสมัยและเข้ากับยุคเข้ากับสมัยมากยิ่งขึ้นโดยการใช้พื้นที่ ในร้านอาหารต่างๆในอาคารต่างๆที่ได้จัดพื้นที่ไว้สำหรับการทำธุรกิจซึ่งเราเรียกพื้นที่เหล่านั้นว่า co-working Space นั่นเองค่ะ             เกริ่นมาถึงขั้นนี้แล้วหลายคนอาจจะมองเห็นและเข้าใจภาพของธุรกิจในเชนของ co-working Space ในยุคของโลกออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทรนของการทำธุรกิจแบบนี้ในปัจจุบันมีปัจจัยหลักอยู่ 2 ประการคือ  Mega trends ที่เรียกว่าเป็นลักษณะการทำงานของผู้คนรุ่นใหม่เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีและความยืดหยุ่นต่างๆโดยที่คนกลุ่มนี้ก็จะอาศัยพื้นที่ในการทำงานที่มีความเป็น Collaborative working Space สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้พื้นที่ ในร้านอาหารที่จัดพื้นที่ไว้สำหรับการทำธุรกิจหรือที่เรียกว่า coworking Space แน่นอนว่าจุดนี้เป็นการลดต้นทุนทางธุรกิจทำให้รูปแบบการทำงานของผู้ประกอบการรวมไปถึงบริษัทใหญ่ๆ ทั่วโลกไม่เฉพาะในประเทศไทย เท่านั้นค่ะ